แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความงาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความงาม แสดงบทความทั้งหมด

หากท่านเกิดทันเมื่อสัก 400 ปีก่อน ในรัชการของพระเจ้าอองรีที่ 4 แห่งฝรั่งเศส กษัตริย์พระองค์นี้ทรงโปรดเสวยพืชหัวเล็กสีขาวแต่กลิ่นแรงนี้เป็นยิ่งนัก ด้วยทรงถือว่ามีสรรพคุณเช่นเดียวกันแมลงวันสเปนนั่นคือ โด๊ปทำให้กระชุ่มกระชวยได้จากฤทธิ์เผ็ดร้อนของมัน พืชหัวเล็กที่ว่านี้คือ "กระเทียม" นั่นเอง

พระเจ้าอองรีที่ 4 เสวยจนข้าราชบริพารร่ำลือว่ากลิ่นลมหายใจของพระองค์นั้นสามารถล้มวัวหนุ่มที่อยู่ห่างออกไปถึง 10 ก้าวได้ แต่บรรดาสาวสรรกำนัลในคงไม่กล้าแสดงกิริยาใด ๆ มากนัก คงต้องยอมแทบล้มประดาตายกันไปทุกวันพร้อมกับสาปแช่งเจ้าพืชหัวน้อยนี้

หรือในสมัยมหาพีระมิดที่รุ่งเรืองแห่งกีซ่า องค์ฟาโรห์ผู้โปรดปรานกระเทียมเคยใช้พระราชทรัพย์เป็นทองคำถึง 90 ตัน เพื่อซื้อกระเทียมจำนวนมหาศาล ส่งผลกระทบต่อค่าแรงคนงานสร้างพีระมิดจนต้องลดจำนวนคนงานลงแล้วจ่ายกระเทียมแทนค่าแรง ลองนึกดูว่าปลายเดือนเราได้กระเทรยมแทนเงินเดือนและพอสิ้นปีก็ยังได้โบนัสเป็นกระเทียมอีก จึงไม่แปลกที่จะทำให้เกิดการจลาจลย่อย  ขึ้นเมื่อ 5,000 ปีก่อน   นับเป็นเหตุวุ่นวายที่มีต้นเหตุจากกระเทียมเป็นครั้งแรกในโลก

ส่วนคนอังกฤษนั้นแต่ก่อนก็ไม่ค่อยชื่นชมเครื่องเทศกลิ่นแรงนี้เอาเสียเลยจนเมื่อมีชวนฝรั่งเศสจากบริตตานีส่งกระเทียมและหอมเข้าไปขายพร้อมทั้งเขีนตำราทำอาหารฝรั่งเศสที่ใส่หอม กระเทียมลงไปด้วยทำให้ชาวอังกฤษผู้ชินชากับปลาและมันทอดเริ่มเปลี่ยนใจอยากลองของหรูดูบ้าง นับแต่นั้นกระเทียมกับหอมฝรั่งเศสก็เลยเข้าตีตลาดอังกฤษมาได้จนถึงปัจจุบัน

ฤทธิ์กระเทียม หัวหอมถนอนผิว
อาหารหลายอย่างในโลกที่มีกลิ่นแรงจะถือเป็นอาหารชั้นล่าง ในยุโรปใต้ชื่นชอบกลิ่นกระเทียมกันมาก อย่างถ้าใครมีเืพื่อนเป็นชาวอิตาลีคงทราบดีถึงจารีตการใส่กระเทียมลงไปในอาหารแทบจะทุกสิ่งสรร ทั้งสปาเกตตี, ขนมปังกระเทียม, ผัดมะเขือยาวและีอีกมาก ผิดกับชาวยุโรปเหนือที่ไม่ใคร่จะยอมใส่นักด้วยขยาดกับกลิ่นร้านกาจของมันและก็พลอยมองชาวอิตาเลียนว่าเป็นพวกตัวเล็กกลิ่นตัวเหม็นเพราะกินกระเทียมกัน

จริง ๆ แล้วอยู่ที่กลิ่นนี่เอง กระเทียมกับหัวหอมมีฤทธิ์ต้านชราได้ก็ด้วยกลิ่นของมันนี่เอง ฉะนั้นสิ่งใดที่สกัดออกไปแล้วก็ต้องคอยดูให้ดีด้วยนะครับ่า เขาสกัดเอากลิ่นออกไปด้วยหรือเปล่า เพราะกลิ่นฉุนของกระเทียมนี้มาจาก "กำมะถัน"

พืชทุกชนิดที่มีกำมะถันจะมีกลิ่นแรงเฉพาะตัว ให้นึกถึงทุเรียน, ต้นหอม, ต้นกระเทียม,สะตอ, หน่อไม้ฝรั่ง ฯลฯ  เหล่านี้มีกลิ่นที่ดุเดือด นั่นก็เพราะมีกำมะถันเป็นส่วนประกอบ และกำมะถันนี้เองที่ช่วยล้างพิษ ฆ่าเชื้อ(ชาวโรมันใช้ยัดไว้ในรองเท้าแตะเพื่อกันเท้าอักเสบและดับกลิ่น) ที่สำคัญกำมะถันยังช่วยถนอมผิวให้สวยได้ ดูอย่างน้ำพุร้อนกำมะถันที่ชาวโลกนิยมไปแช่กันที่ว่ารักษาโรคได้ก็เคยมีผู้เก็บตัวอย่างองน้ำมาแยกธาตุแล้วพบว่ามี "กำมะถัน" มากเป็นพิเศษนั่นเอง

ที่มา : หนังสือคู่สร้างคู่สม ประจำวันที่ 1-10 กรกฎาคม 2553

เขียนโดย paphada วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

แช่น้ำอุ่นเสียบ้าง
หลังสวมรองเท้าส้นสูงมาทั้งวัน อาจต้องผ่อนคลายเท้าด้วยการแช่น้ำอุ่น เพื่อให้กล้ามเนื้อไม่เครียด หยดน้ำมันมะกอกลงไปเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ บีบนวดเท้า ช่วยให้สบายเท้า เท้านุ่มขึ้นและผ่อนคลาย ควรทำเป็นประจำอย่างน้อย 1 ครั้ง/สัปดาห์

คลายน่องตึง
ถ้ารู้สึกดึงบริเวณน่อง ให้เอามือสองข้างยันเข้าหากำแพง ย่อเข่าข้างหนึ่งชิดกำแพง ส่วนอีกข้างค้างยึดไว้ให้ตึง (เอาแค่พอทนได้) ทำสลับข้าง ข้างละ 10 ครั้ง วิธีนี้ช่วยยืดกล้ามเนื้อทำให้ไม่ปวดน่อง

เขียนโดย paphada วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553


1. สาวๆ อาจไม่อยากแต่งหน้าแข่งกับอุณหภูมิที่สูงปรี๊ด ทำให้เทรนด์การแต่งหน้าบางใสเน้นเผยผิวที่แท้จริงมาแรงในช่วงนี้

2. ช่วงนี้ถ้าได้ยินคำว่า "แต่งหน้านู้ด" จำไว้เลยว่า สาวผิวขาวควรใช้เฉดสีชมพูช่วยให้ผิวดูขาวเปล่งปลั่ง ส่วนสาวผิวสีให้ใช้เสน่ห์ของประกายทองเพิ่มความสดใสยิ่งขึ้น
3. สาวไทยจะแต่งหน้านู้ดอาจไม่มั่นใจ เพราะใบหน้าดูไม่ค่อยมีมิติเหมือนสาวฝรั่ง ลองหาแป้งชิมเมอร์สีอ่อนมาไล้บริเวณสันจมูก กลางหน้าผาก และปลายคาง ช่วยเน้นโครงหน้าให้ชัดเจนขึ้นได้

4. "ลิปสติกสีนู้ด" ของคนผิวขาว หมายถึง สีเบจอมชมพูอ่อนหรือเจือส้มแอปริคอทนิดๆ (ทาแล้วต้องไม่ดูซีดจนเหมือนคนป่วย) หากสีผิวเข้มปานกลางก็เพิ่มโทนสีน้ำตาลปนชมพูขึ้นมาอีกระดับ แล้วเติมกลอสใสทับให้ดูสว่างสดใส สุดท้ายสาวผิวเข้มใช้สีน้ำตาลอมส้มผสมชิมเมอร์ที่สร้างมิติให้เรียวปากอิ่ม เอิบและเซ็กซี่ราวกับสาวละติน

5. ถ้าตากแดดจนริมฝีปากคล้ำเกินงาม ก่อนทาลิปสติกให้ลงคอนซีลเลอร์หรือรองพื้นบนริมฝีปาก เพื่อปรับสีผิวให้อ่อนลง แล้วค่อยบรรเลงสีตามใจชอบ

6. แต่งตัวสีสันฉูดฉาดรับร้อนแล้ว สีสันของเมคอัพก็ไม่จำเป็นต้องจัดจ้าน โดยเฉพาะดวงตา แค่ไล้อายแชโดว์สีขาวหรือสีพาสเทลเป็นละอองบางๆทั่วเปลือกตา แล้วเพิ่มความโดดเด่นของสีที่บริเวณหัวตา ปิดท้ายด้วยการปัดมาสคาราสีดำทั้งขนตาบนและล่าง แค่นี้ก็ช่วยให้ดวงตาดูกลมโตขึ้นอีกเยอะ

7. เดี๋ยวนี้แป้งฝุ่นแบรนด์ไหนๆ ก็ขอผสมมิเนอร์รัลไว้ก่อน เพราะเนื้อแป้งจะบางเบานวลเนียนเป็นธรรมชาติ แถมทำให้ผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้นโดยเฉพาะเวลาต้องแสงแดด

8. แสงแดดแผดเผาอาจทำให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำระหว่างวัน ลองใช้เบสรองพื้นก่อนแต่งหน้าที่ผสมประกายมุก ช่วยให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอและปรับผิวให้แลดูเปล่งปลั่ง แถมใช้แล้วแป้งยังติดทนอีกด้วย

9. หยิบยืมไอเดียสีสันจากธรรมชาติอย่าง ฟ้าของท้องทะเล ขาวนวลราวกับเปลือกหอย หรือสีทองยามพระอาทิตย์ตก มาเป็นโทนสีสันเมคอัพของสาวๆริมหาดกัน

10. ร้อนขนาดนี้คงไม่อยากได้แป้งที่หนาเตอะ ให้ใช้แปรงขนาดใหญ่แตะแป้งฝุ่นเล็กน้อย แล้ววนแปรงลงบนฝาของตลับแป้งเพื่อให้เนื้อติดแปรงในปริมาณที่พอเหมาะ จากนั้นนำมาปัดผิวหน้าใบลักษณะวนเป็นวงกลม จะช่วยให้แป้งติดผิวได้ดีและไม่หนาเกินไป

11. เตรียมเครื่องสำอางไปทะเล แนะนำว่าให้หาเครื่องสำอางแบบสารพัดประโยชน์ชนิดที่ทาได้ทั้งแก้ม ตา และปาก จะได้พกความสวยไปได้ทุกที่

12. เบื่อผิวขาวแบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการหาแอร์บลัชมาสเปรย์เปลี่ยนสีผิวเป็นสีแทน เซ็กซี่ โดยไม่ต้องไปอาบแดดให้ผิวเสียกันบ้างดีกว่า

13. ใบหน้าเป็นประกายด้วยบรอนเซอร์ จะกลับมาเสมอในทุกๆ หน้า หลังจากแต่งหน้าเสร็จ เพียงใช้แปรงขนาดใหญ่ปัดบรอนเซอร์บริเวณจุดที่แสงตกกระทบ ได้แก่ หน้าผาก โหนกแก้ม คาง ปลายจมูก อาจปัดเลยไปถึงเนินอกด้วยก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์ดูเซ็กซี่

14. เลือกอย่างใดเพียงอย่างหนึ่งเท่านั้นว่า ต้องการให้หน้าสว่างด้วยประกายบรอนเซอร์ หรือจะเน้นเฉพาะตาด้วยการไล้อายแชโดว์สีทองหรือสีสว่าง เพราะถ้าทำ 2 อย่างพร้อมกันจะหาจุดเด่นบนใบหน้าไม่เจอ

15. ริมฝีปากฉ่ำระเรื่อเอาท์ดอร์เหมือนสาวสุขภาพดีด้วยลิปกลอสสีแดงกุหลาบ เคล็ดลับอยู่ที่การทาลิปกลอสบางๆให้ทั่วริมฝีปาก แล้วทาทับบริเวณกึ่งกลางริมฝีปากอีกครั้ง

16. แก้มแดงเหมือนหญิงสาวที่กำลังเขินอาย ยังคงฮิตตลอดกาล แนะนำให้ปัดบลัชออนก่อนปัดแป้งฝุ่น เพื่อให้ดูแนบเนียน สำหรับช่วงซัมเมอร์ อาจปัดบริเวณจมูกเบาๆเพิ่มด้วย

17. แตะชิมเมอร์สีชมพูอ่อนๆบนรอยหยักของริมฝีปาก หลังจากทาลิปสติกแล้วจะช่วยให้ปากดูได้รูปน่ารักขึ้น แถมถ่ายรูปกับแก๊งเพื่อนออนเดอะบีชแล้วออกมาสวยด้วย

18. จะไปว่ายน้ำทั้งที ไม่่อยากเผยให้เห็นใบหน้าอันหน้าซีดเซียว ให้หาทินท์แต้มริมฝีปากและพวงแก้มให้ดูสดใสแม้จะเปียกน้ำก็ไม่กลัว

19. รันเวย์ซีซั่นนี้สีม่วงมาแรงทั้งเมคอัพและเสื้อผ้า ฉะนั้นตอนกลางวันอาจทาอายแชโดว์สีม่วงไลแลคอ่อนๆดูสบายตา พอกลางคืนค่อยแปลงร่างเป็นสาวมั่น เพียงเติมสีม่วงเข้มบนเปลือกตาแบบสโมกกี้อายส์สุดเลิศ

20. ขนตาปลอมยังคงฮอตอยู่ แต่ขอเป็นแบบช่อเล็กๆมาติดแซมให้ขนตาดูดกหนาขึ้นจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

21. สำหรับบีชปาร์ตี้มันส์ๆ จะติดขนตาปลอมเฉพาะหางตา หรือเล่นสีสันให้แปลกตาก็เก๋มากๆ

22. ลุคเปรี้ยวของฤดูกาลนี้ ต้องริมฝีปากแดงมันวาวเหมือนเคลือบพลาสติก แต่ส่วนอื่นของใบหน้าขอเป็นแบบนู้ดๆจะดีกว่า

23. เก็บลิปไลเนอร์เข้ากรุไปก่อน เพราะช่วงนี้ต้องทาลิปสติกให้เส้นขอบดูฟุ้งๆ เทคนิคอยู่ที่ทาลิปสติกเว้นขอบไว้เล็กน้อย แล้วค่อยใช้พู่กันเกลี่ยสีออกมาให้ใกล้ขอบปาก

24. การเขียนขอบตาล่างของซีซั่นนี้ ยกให้ดินสอสีอ่อนผสมประกายมุกจะดูสบายๆ มากกว่า

25. กรีดอายไลเนอร์ หลังจากลงสีอายแชโดว์อาจดูหนักไป ลองเปลี่ยนเป็นกรีดอายไลเนอร์ก่อนแล้วใช้แปรงแต้มอายแชโดว์สีอ่อนแตะบน เปลือกตาเบาๆ (ทับอายไลเนอร์ได้) ก็ทำให้เส้นอายไลเนอร์ดูซอฟขึ้นและสวยไม่แพ้เทคนิคเดิมๆเลย

26. แค่แสงอุลตร้าไวโอเลต อย่างเดียวก็ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำจะแย่ อย่าซ้ำเติมตัวเองด้วยการปล่อยให้คิ้วรกจนไม่ได้รูป หามีดกันคิ้วหรือแหนบมาถอนออกเสียบ้าง แล้วหามาสคาราปัดคิ้วหรือที่เขียนคิ้วเนื้อฝุ่นสีน้ำตาลอ่อนหรือทองมาปัด ย้อนแนวขนคิ้วก่อน (สีจะได้ติดครบทุกเส้น) แล้วค่อยปัดกลับมาตามรูปเดิมอีกครั้งให้เรียงเส้นสวยงาม ใบหน้าจะดูสว่างขึ้นเยอะ

27. อยากคิ้วโก่งดูเซ็กซี่ อย่าลืมใช้ปลายนิ้วแตะชิมเมอร์เพื่อไฮไลท์โหนกคิ้วให้เด่นชัดและได้รูป

28. ถ้ารู้สึกว่าใบหน้าร้อนจนเหนียวเหนอะหนะ แค่หาสเปรย์น้ำแร่มาฉีดเรียกความสดชื่น แล้วใช้ทิชชู่ซับเบาๆโดยไม่ต้องแต่งหน้าใดๆเพิ่ม

29. ระหว่างวันอย่าลืมสำรวจใบหน้าว่ามันเยิ้มหรือเปล่า เพราะนอกจากดูไม่ดีแล้วความมันยังทำให้เมคอัพที่แต่งมาซีดจางอีกด้วย

30. ไม่ควรละเลยที่จะมองหาเครื่องสำอางผสมสาร SPF แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องแสงแดดได้เหมือนกัน


สนับสนุนเนื้อหา : สุดสัปดาห์ , sanook


เขียนโดย paphada วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552


ผู้หญิงจะรู้สึกเกรงกลัวแสงแดด เพราะรู้ดีว่าแสงแดดเป็นตัวการทำลายความงาม แถวหน้า ทำให้ผิว หมองคล้ำ เหี่ยวย่น รวมไปถึงฝ้ากระอีกสารพัน หากแต่หารู้ไม่ว่า

การหลีกเลี่ยงแสงแดดมากเกินไป มีผลให้ร่างกายเกิดสภาวะโรคกระดูกพรุนได้ ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่ไม่ค่อยมีใครสนใจมากนัก กว่าจะรู้กระดูกก็เปราะบางไปเสียแล้วจึงอยากให้คิดใหม่ กลับมาตระหนักถึงประโยชน์ของแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้า ที่มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ร่างกายสังเคราะห์ วิตามินดี ที่ มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินดี ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานของแคลเซียม ทำให้กระดูกและฟันสมบูรณ์แข็งแรง

การสัมผัสแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้า เพียง 10 -15 นาทีต่อวัน ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ไม่เป็นโรคกระดูกพรุน
โรคกระดูกพรุนนั้น สาวๆ รุ่นใหม่ มีอัตราเป็นโรคนี้กันมากขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะมีพฤติกรรมความเป็นอยู่ที่เสี่ยงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดื่มกาแฟ การสูบบุหรี่ การบริโภคอาหารไม่ครบถ้วน หรือละเลยการออกกำลังกาย ส่งผลให้ร่างกายไม่มีการสะสมแคลเซียมเพิ่มเติม แคลเซียมในกระดูกที่มีอยู่ ก็เสื่อมสลายตัวไปเรื่อยๆ จนทำให้โครงสร้างกระดูกเปราะบางและแตกหักได้ง่าย
ผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนสูงกว่าผู้ชายหลายเท่า เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายที่แตกต่างกัน
ภาวะที่เนื้อกระดูกบางลง ทำให้ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน มักมีอาการปวดหลัง หลังค่อมโก่ง ปวดตามข้อ อาจมีอาการปวดบริเวณที่กระดูกยุบตัวลง กระดูกเปราะ และหักง่าย ผู้สูงอายุจึงต้องระวังการหกล้ม ตำแหน่งที่มักจะเกิดภาวะกระดูกพรุนและหักง่ายคือ กระดูกสันหลัง กระดูกข้อมือ กระดูกสะโพก
กระดูกสันหลังของผู้หญิงอายุ 55 - 75 ปี จะเกิดการยุบตัวมากกว่าในผู้ชาย ทำให้ผู้สูงอายุเตี้ยลงกว่าตอนหนุ่มสาว ผู้สูงอายุ ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงพบว่า เมื่ออายุมากกว่า 60 ปี พบอัตราการเกิดกระดูกสันหลังหักยุบถึงร้อยละ 30
กระดูกสะโพกหักมักต้องผ่าตัดรักษา กระดูกสะโพกหักอาจทำให้เดินไม่ได้หรือเสียชีวิตได้ โรคนี้เปรียบเหมือนภัยมืด ค่อยเป็นไปอย่างช้าๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ กว่าจะรู้ตัวก็กระดูกหักเสียแล้ว
ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ ต้องสะสมกระดูกไว้ให้มากที่สุดตั้งแต่อายุยังน้อย โดยรับประทานอาหารที่มีคุณค่าให้แคลเซียมสูงและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสะสมแคลเซียมให้กับกระดูกอย่างสม่ำเสมอ เริ่มต้นจากการรับประทานอาหาร ที่มีแคลเซียมสูง อาทิ ถั่วเหลือง ผักใบเขียว ปลาเล็กปลาน้อยต่างๆ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายกลางแจ้ง เพื่อรับแสงแดดอ่อนๆ ที่จะกระตุ้นให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีไปช่วยเสริมสร้างแคลเซียม
นอกจากนี้ ไม่ควรห่วงอ้วนมากจนเกินไป ต้องรับประทานไขมันบ้าง จำพวกไขมันชนิดดีที่พบในปลาทะเล หรือน้ำมันจากเมล็ดพืช เพราะวิตามินดีจะละลายได้ดีในไขมัน เหล่านี้นอกจากจะช่วยละลายวิตามินดีแล้ว ยังช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่นไม่หยาบกระด้างอีกด้วย ถ้าต้องการความสะดวก การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยเสริมแคลเซียมให้กับกระดูกก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ถ้าใครต้องการรู้ว่าตนเองเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ต้องอาศัยเครื่องตรวจความหนาแน่นกระดูกเข้ามาช่วย โดยการทำงานของเครื่องจะเอ็กซ์เรย์มวลกระดูกบริเวณ ข้อมือ หรือ ข้อเท้า แล้วประมวลผลออกมาเป็นกราฟ ชึ้ให้เห็นสภาวะของกระดูกได้อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่จะมีบริการอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ และมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง
หากแต่ในช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นปี บริษัท เฮลธ์ อิมแพค จำกัด ได้นำเข้าเครื่องตรวจความหนาแน่นกระดูก มาบริการตรวจให้แก่ประชาชนทั่วไปฟรี ทั้งใน โรงพยาบาลชั้นนำ และร้านขายยาทั่วประเทศ ผู้สนใจใช้บริการตรวจมวลกระดูก สามารถสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 02-8604561 ระหว่างเวลาทำการ ในวันจันทร์ - ศุกร์ เพื่อจะได้ตรวจสอบสุขภาพกระดูกเบื้องต้น ว่าถึงเวลาหรือยังที่จะต้องรับแสงแดด และเสริมแคลเซียมให้กับกระดูก ก่อนที่จะสายเกินไป
สนับสนุน โดย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ


บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ
30 เคล็ด(ไม่)ลับการแต่งหน้า

เขียนโดย paphada วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Subscribe here